Contact Us On 02 676 3303 contact@pkgjourney.com

6 วัน ขับรถเที่ยว hokkaido กับพาสทางด่วน

ขับรถเที่ยวฮอกไกโด 6 วัน พาสทางด่วน    เป็นรูปแบบการท่องเที่ยวที่ช่วยให้คุณเดินทางได้อย่างอิสระ คุ้มค่า และประหยัดเวลา เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการขับรถชมธรรมชาติฮอกไกโด เที่ยวหลายเมืองในทริปเดียว โดยใช้พาสทางด่วนเพื่อเชื่อมเส้นทางสำคัญได้สะดวกตลอดการเดินทาง

 

.

เมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูร้อน การขับรถท่องเที่ยวในฮอกไกโดจะยิ่งสะดวกสบายมากขึ้น ถนนโล่ง ขับง่าย และไม่ได้ยากอย่างที่หลายคนกังวล การเดินทางด้วยรถยนต์ช่วยให้เราเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติและสถานที่สวยๆ ที่ระบบรถไฟไปไม่ถึงได้อย่างอิสระมากกว่าเดิม อีกทั้งหากเดินทางกันเป็นกลุ่ม ก็สามารถแชร์ค่าเช่ารถร่วมกัน ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวได้อย่างเห็นได้ชัด

เพื่อให้การเดินทางคุ้มค่ายิ่งขึ้น วันนี้เราขอแนะนำ Hokkaido Expressway Pass ตั๋วเหมาทางด่วนที่สามารถขึ้น–ลงทางด่วนได้ไม่จำกัดภายในระยะเวลาที่กำหนด ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าผ่านทางเพิ่มเติม แม้จะขับหลงหรือเปลี่ยนเส้นทางกะทันหันก็ตาม บทความนี้ได้รวบรวมตัวอย่างเส้นทางขับรถเที่ยวฮอกไกโดในช่วงหน้าร้อน พร้อมไอเดียการเดินทางยอดนิยมแบบ 6 วัน โดยใช้พาสทางด่วนราคา 7,200 เยน เพื่อให้ทุกคนสามารถนำไปปรับใช้กับทริปครั้งต่อไปได้อย่างง่ายดาย

พาสทางด่วนสำหรับการขับรถเที่ยวฮอกไกโดสามารถหาซื้อได้ง่ายจากบริษัทเช่ารถส่วนใหญ่ในพื้นที่ฮอกไกโด โดยแผนการเดินทางในทริปนี้ถูกออกแบบให้เป็นเส้นทางแบบวงกลม (Loop Route) ช่วยลดการขับย้อนกลับเส้นเดิม ทำให้ประหยัดเวลาและขับขี่ได้สะดวกยิ่งขึ้น ตามแผนที่ตัวอย่างด้านล่าง เส้นทางจะพาแวะเที่ยวเมืองยอดนิยมหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น โนโบริเบทสึ โทยะ ฮาโกดาเตะ นิเซโกะ โยอิจิ โอตารุ และปิดท้ายที่ซัปโปโร

ต่อไปเรามาดูรายละเอียดเส้นทางและไฮไลต์ของแต่ละเมืองกันเลยครับ

Day 1
สนามบินชิโตเสะ → เมืองออนเซนโนโบริเบทสึ (ใช้เวลาขับรถราว 1 ชม.)

 

หลังจากเดินทางถึงสนามบินชิโตเสะ เรียบร้อยแล้ว ให้จัดการรับรถเช่าและเลือกซื้อตั๋วพาสทางด่วนแบบเหมาจ่าย จากนั้นก็ออกเดินทางสู่จุดหมายแรกของทริป ซึ่งก็คือเมืองออนเซนชื่อดังของฮอกไกโดอย่าง โนโบริเบทสึ ใช้เวลาขับรถจากสนามบินประมาณ 1 ชั่วโมง

สำหรับกิจกรรมในวันแรก แนะนำให้เริ่มต้นด้วยการแช่ออนเซนเพื่อคลายความอ่อนล้าจากการเดินทางไกล ช่วยฟื้นฟูร่างกายและเตรียมความพร้อมก่อนลุยเที่ยวในวันถัดไป หากยังมีเวลาและพลังงานเหลือ สามารถออกไปเดินเล่นชมธรรมชาติรอบเมืองได้ โดยหนึ่งในสถานที่ไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดคือ หุบเขานรก (จิโกคุดานิ) แหล่งธรรมชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของโนโบริเบทสึ

  • Day 2
    โนโบริเบทสึ → ทะเลสาบโทยะ (ใช้เวลาราว 1 ชม.)

 

หลังจากเก็บไฮไลต์ที่โนโบริเบทสึในวันแรกกันครบแล้ว วันที่สองแนะนำให้ขับรถต่อไปยัง ทะเลสาบโทยะ จุดท่องเที่ยวธรรมชาติชื่อดังที่อยู่ไม่ไกลกันนัก ใช้เวลาเดินทางจากโนโบริเบทสึประมาณ 1 ชั่วโมง เท่านั้น

เมื่อมาถึงทะเลสาบโทยะ มีกิจกรรมให้ทำหลากหลาย โดยเฉพาะการ ล่องเรือชมวิวทะเลสาบในช่วงกลางวัน ซึ่งจะพาเพื่อนๆ แวะไปยัง เกาะนากาจิมะ ที่ตั้งอยู่กลางผืนน้ำ บรรยากาศเงียบสงบและสวยงามมาก

บริเวณรอบทะเลสาบยังมีโรงแรมและที่พักหลายแห่งที่สามารถเข้าใช้บริการ ออนเซน เพื่อผ่อนคลายได้อีกด้วย นอกจากนี้ ด้านหน้าทะเลสาบยังมี จุดแช่เท้าฟรี ให้แช่น้ำอุ่นพร้อมนั่งชมวิวทะเลสาบโทยะแบบสบายๆ ถือเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาชิลๆ ที่ไม่ควรพลาดครับ

Day 3
ขับรถจาก ทะเลสาบโทยะ ไป โอนุมะ ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ก่อนเดินทางต่อสู่ ฮาโกดาเตะ อีกประมาณ 30 นาที

หลังจากออกเดินทางจาก ทะเลสาบโทยะ แนะนำให้ค่อยๆ ขับรถลงใต้แบบไม่เร่งรีบ มุ่งหน้าไปยังเมืองท่าชื่อดังอย่าง ฮาโกดาเตะ ระหว่างทางหากขับรถมาระยะหนึ่งแล้ว ลองแวะพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติที่ สวนโอนุมะ กันก่อน ที่นี่เหมาะสำหรับการเดินเล่นตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติแบบสั้นๆ สบายๆ และสำหรับใครที่ยังมีแรงเหลือ ยังสามารถเช่าจักรยานปั่นชมบรรยากาศรอบๆ สวนได้อีกด้วย

เมื่อได้พักผ่อน สูดอากาศบริสุทธิ์ และชมวิวกันจนเต็มอิ่มแล้ว ก็ขับรถต่ออีกไม่นานเพื่อเข้าสู่เมืองฮาโกดาเตะ ช่วงบ่ายแนะนำให้เดินเที่ยวชมย่านเมืองเก่า ชมโบสถ์และอาคารสไตล์ตะวันตก รวมถึงเพลิดเพลินกับทิวทัศน์เมืองที่ไล่ระดับลาดลงสู่ทะเล ซึ่งให้บรรยากาศสวยงามไม่เหมือนที่อื่น

ปิดท้ายวันด้วยไฮไลต์สำคัญ นั่นคือการขึ้นไปยัง จุดชมวิวภูเขาฮาโกดาเตะ เพื่อชมวิวเมืองยามค่ำคืนอันโด่งดัง ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในวิวกลางคืนที่สวยที่สุดของญี่ปุ่นเลยทีเดียว 🌃✨

Day 4
ออกเดินทางจากฮาโกดาเตะ มุ่งหน้าสู่นิเซโกะ ใช้เวลาขับรถประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที 

เช้าวันถัดมาในฮาโกดาเตะ แนะนำให้เริ่มต้นวันด้วยการแวะ ตลาดอาหารทะเล บรรยากาศคึกคักตั้งแต่เช้า ที่นี่ถือเป็นหนึ่งในจุดฝากท้องยอดนิยมของเมือง เหมาะสำหรับมื้อเช้าแบบจัดเต็ม ไม่ว่าจะเป็นซูชิสดใหม่ หรือปลาหมึกที่จับขึ้นจากทะเลในวันเดียวกัน นอกจากนี้ยังสามารถเลือกซื้อของฝากติดไม้ติดมือกลับไปได้อีกด้วย

หลังจากอิ่มอร่อยและเดินเล่นในตลาดกันพอสมควร ช่วงสายก็ได้เวลาออกเดินทางต่อ มุ่งหน้าสู่ นิเซโกะ เมืองตากอากาศชื่อดังของฮอกไกโด นิเซโกะขึ้นชื่อเรื่องธรรมชาติที่โอบล้อมด้วยภูเขาและหุบเขาอันอุดมสมบูรณ์ ไฮไลต์สำคัญของพื้นที่นี้คือ ภูเขาโยเท ซึ่งมีรูปทรงสวยงามคล้ายภูเขาไฟฟูจิ จนได้รับฉายาว่าเป็นฟูจิแห่งฮอกไกโดเลยทีเดียว

Day 5
นิเซโกะ → แวะโยอิจิ → ต่อโอตารุ → ปิดท้ายซัปโปโร

เส้นทางของวันนี้จะเป็นการขับรถเข้าเมืองพร้อมแวะเที่ยวหลายจุดตลอดทาง หากรู้สึกว่าแน่นเกินไป สามารถเลือกตัดบางสถานที่ออกได้ตามความสะดวกและสไตล์การเดินทางของแต่ละคนนะครับ แพลนนี้เป็นเพียงแนวทางให้เพื่อนๆ นำไปปรับใช้ได้อย่างยืดหยุ่น

นิเซโกะ → โยอิจิ (ประมาณ 1 ชั่วโมง 15 นาที)

โยอิจิเป็นเมืองเล็กๆ ที่ขึ้นชื่อในฐานะแหล่งกำเนิดวิสกี้โยอิจิ ซึ่งได้รับการยอมรับในระดับสากล ภายในเมืองมีโรงกลั่นให้เข้าเยี่ยมชม พร้อมโซนชิมเครื่องดื่มและเลือกซื้อของฝากกลับบ้านได้ อย่างไรก็ตาม ขอเน้นย้ำว่าในญี่ปุ่นมีกฎหมายเข้มงวดเรื่องการดื่มแล้วขับ ผู้ที่ทำหน้าที่ขับรถควรหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์โดยเด็ดขาด เพื่อความปลอดภัยตลอดการเดินทางครับ

โยอิจิ → โอตารุ (ประมาณ 40 นาที)

ออกเดินทางจากโยอิจิ มุ่งหน้าสู่เมืองโอตารุ เมืองบรรยากาศหวานๆ ที่ขึ้นชื่อเรื่องความโรแมนติก ใครชอบของกระจุกกระจิก ขนมหวาน หรือกล่องดนตรี ต้องถูกใจที่นี่แน่นอน ไฮไลต์สำคัญคือคลองโอตารุ จุดถ่ายรูปยอดนิยมที่มาแล้วห้ามพลาด และสำหรับสายกิน โดยเฉพาะคนรักซูชิ โอตารุก็ถือเป็นสวรรค์อีกแห่ง เพราะมีร้านซูชิคุณภาพดีให้เลือกชิมกันเพียบครับ 🍣📸

โอตารุ → ซัปโปโร (ประมาณ 1 ชั่วโมง)
เส้นทาง Otaru IC – Sapporo Kita IC ค่าทางด่วนประมาณ 1,220 เยน

ช่วงท้ายของวัน เดินทางเข้าสู่ซัปโปโร เมืองศูนย์กลางที่คึกคักที่สุดของฮอกไกโด หากมาถึงในช่วงเย็น แนะนำให้แวะพักผ่อน เดินเล่นชิลๆ ที่สวนโอโดริ พร้อมชมบรรยากาศรอบๆ Sapporo TV Tower ยามพระอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้า

ก่อนจบทริป หลายคนคงไม่พลาดการเลือกซื้อของฝาก โดยโซนยอดนิยมที่เดินสะดวกและร้านค้าครบครัน คือบริเวณรอบสถานีซัปโปโร และถนนทานุกิโคจิ ซึ่งมีร้านขายของฝากและร้านช้อปปิ้งให้เลือกหลากหลาย แถมเปิดให้บริการถึงดึก เหมาะสำหรับสายช้อปที่อยากเก็บของฝากให้ครบก่อนเดินทางกลับครับ 🛍️✨

Day 6
เมืองซัปโปโร → Chitose airport (ประมาณ 1 ชั่วโมง)

 

ในวันสุดท้ายของทริป หากไฟลท์ขากลับเป็นช่วงบ่าย ยังพอมีเวลาเก็บที่เที่ยวในเมืองได้เล็กน้อย แต่แนะนำให้เผื่อเวลาสำหรับการขับรถ การคืนรถเช่า และขั้นตอนเช็กอินที่สนามบินไว้ด้วยนะครับ ระหว่างเส้นทางจากซัปโปโรไปสนามบินชิโตเสะ ยังมีจุดแวะพักน่าสนใจให้หยุดพักผ่อนก่อนเดินทางกลับ นั่นคือ WATTSU จุดพักรถขนาดใหญ่ที่รวมร้านอาหารและของฝากไว้ครบ สามารถแวะทานอาหารในโซนฟู้ดคอร์ท เลือกซื้อของฝาก หรือเติมความหวานด้วยซอฟต์ครีมชื่อดังของที่นี่ก่อนกลับได้ นอกจากนี้ยังมีสินค้าที่ระลึกประจำเมืองคิตะฮิโรชิม่า อย่างน้องมาสคอต “คิตะฮิโระ มายพี” ให้เลือกซื้อเก็บเป็นที่ระลึกอีกด้วยครับ


เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับไอเดียแพลน ขับรถเที่ยวฮอกไกโด 6 วัน ที่เราแนะนำไป การเดินทางด้วย รถเช่าญี่ปุ่น ถือเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์มาก โดยเฉพาะเมื่อใช้ร่วมกับบัตรทางด่วนแบบเหมาจ่าย Hokkaido Expressway Pass ช่วยให้การขับรถข้ามเมืองเป็นเรื่องง่าย ประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย

สำหรับใครที่เลือกใช้บริการ รถเช่าญี่ปุ่น กับ PKG Journey สามารถสอบถามและจัดการเรื่องการเช่ารถ รวมถึงการซื้อ Hokkaido Expressway Pass ได้สะดวกตั้งแต่ต้นทริป เหมาะกับนักเดินทางที่ต้องการความยืดหยุ่น วางแผนเส้นทางเองได้ตามสไตล์ ไม่เร่งรีบ และแวะเที่ยวได้ตลอดทาง

นอกจากนี้ การเดินทางด้วยรถเช่าญี่ปุ่นยังเหมาะมากสำหรับทริปครอบครัว ไม่ว่าจะพาผู้สูงอายุหรือเด็กเล็กไปด้วย ก็สามารถหยุดพัก แวะเข้าห้องน้ำ หรือแวะร้านอาหารระหว่างทางได้ตามต้องการ เพิ่มความสบายใจตลอดการเดินทางทั่วฮอกไกโด

สรุปค่าใช้จ่ายตัวอย่าง

  • ค่าใช้ทางด่วนแบบจ่ายปกติ: 11,690 เยน

  • ราคา Hokkaido Expressway Pass: 7,200 เยน
    👉 ช่วยประหยัดไปได้ถึง 4,490 เยน

หากคุณกำลังมองหาทริปขับรถเที่ยวญี่ปุ่นที่คุ้มค่า คล่องตัว และวางแผนง่าย การเลือก รถเช่าญี่ปุ่นจาก PKG Journey พร้อมบัตรทางด่วนเหมาจ่าย ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้ามเลยครับ 🚗✨

PKG JOURNEY มีโปรแกรม ทัวร์ญี่ปุ่น คุณภาพให้เลือกมากที่สุด

สนใจ  รถเช่าญี่ปุ่น 

โทร. 02 676 3303 / 02 003 4883 – 5

ติดตามข่าวสารของเราได้ที่

Line id : @pkgjourney

Facebook page : https://www.facebook.com/pkgjourney/

แสกนคิวอาร์โค้ด เพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
โทรศัพท์คุยกับทีมงาน PKG JOURNEY

คลิ๊กเพื่ออ่านเพิ่มเติม ˘͈ᵕ˘͈ ✦ 🪆 〰️ ߹𖥦߹ ꒰🍭 ꒱ +.*.。

ขับรถเที่ยวฮอกไกโด 6 วัน พร้อมพาสทางด่วน

การวางแผน ขับรถเที่ยวฮอกไกโด 6 วัน เป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการความอิสระในการเดินทาง โดยเฉพาะเมื่อใช้ รถเช่าญี่ปุ่น ควบคู่กับบัตรทางด่วนแบบเหมาจ่าย Hokkaido Expressway Pass ที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการใช้ทางด่วนตลอดทริปได้อย่างชัดเจน

การเดินทางด้วย รถเช่าญี่ปุ่น ทำให้สามารถขับข้ามเมืองหลักอย่าง ซัปโปโร โอตารุ โยอิจิ นิเซโกะ ฮาโกดาเตะ หรือจุดธรรมชาติรอบนอกได้อย่างสะดวก ไม่ต้องกังวลเรื่องตารางรถสาธารณะ อีกทั้งยังสามารถแวะจุดพักรถ ร้านอาหาร และจุดชมวิวระหว่างทางได้ตามต้องการ

บัตร Hokkaido Expressway Pass เหมาะมากสำหรับทริประยะหลายวัน เพราะช่วยควบคุมงบประมาณค่าเดินทางได้ง่าย ใช้ทางด่วนเข้า–ออกเมืองได้ไม่จำกัดตามเงื่อนไข เหมาะทั้งทริปคู่รัก กลุ่มเพื่อน หรือครอบครัวที่มีเด็กและผู้สูงอายุ

สรุปแล้ว การเลือก รถเช่าญี่ปุ่น พร้อมพาสทางด่วน คือหัวใจสำคัญของการขับรถเที่ยวฮอกไกโด 6 วัน ช่วยให้การเดินทางคล่องตัว ประหยัด และเก็บแลนด์มาร์กได้ครบในทริปเดียว 🚗❄️

รวมแพ็คเกจทัวร์เส้นทางทั่วโลก

Like Us On Facebook

Loading...