Contact Us On 02 676 3303 contact@pkgjourney.co

สถาปัตยกรรมยุโรป ที่ห้ามพลาดและเป็นมรดกโลก

สถาปัตยกรรมยุโรปเมื่อพูดถึงโลกนี้ ทวีปหนึ่งที่คุณอยากจะไปสักวันหนึ่งก็คือ “ยุโรป” อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทวีปที่มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีมากมาย และยังเป็นผู้นำแฟชั่นที่ทันสมัยที่สุดในโลกที่มีทุกอย่าง นับเป็นทวีปที่มีหลายประเทศที่มีสถาปัตยกรรมโบราณที่ทรงคุณค่าและสวยงามที่สุดในโลกที่เรายังไม่เคยพบเห็น กับ 10 อนุสรณ์สถานทางสถาปัตยกรรม คุณอยู่เมืองและประเทศอะไร

สนามกีฬาโคลีเซียม, อิตาลี

หอเอนเมืองปิซา ประเทศอิตาลี

นครวาติกัน

อิตาลีมีสถาปัตยกรรม 6 แห่ง: (สนามกีฬาโคลีเซียม) (Tower เอนปิซา) (รัฐวาติกัน) (มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ กรุงโรม) (น้ำพุเทรวี กรุงโรม) (บันไดสเปน กรุงโรม) / สถาปัตยกรรมฝรั่งเศส พบได้ 3 แห่ง (พระราชวังแวร์ซาย ปารีส) (หอไอเฟล ปารีส) (พิพิธภัณฑ์ลูฟร์) / ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ มีสถาปัตยกรรม 1 แห่งที่ (Mount Jungfrau)

1. สนามกีฬาโคลีเซียม, อิตาลี (โคลีเซียมอิตาลี, โรม)

สนามกีฬากลางแจ้งตั้งอยู่ในกรุงโรม ประเทศอิตาลี หนึ่งใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก นี่คือสนามกีฬาขนาดใหญ่ในจักรวรรดิโรมันโบราณ สร้างขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 72 ถึง 80 และมีรูปร่างเหมือนอาคารทรงกลมที่ก่อด้วยอิฐและหินขนาดใหญ่ ภายในอาคารสามารถรองรับผู้ชมได้มากถึง 80,000 คน ด้านล่างของปาฏิหาริย์และใต้ดินเป็นห้องขังสำหรับนักโทษที่รอการประหารชีวิต รวมทั้งสิงโตห้องต่างๆ นับร้อยตัวที่เคยใช้เป็นสถานที่สู้กับสิงโตที่หิวโหย ถ้านักโทษคนหนึ่งชนะ เขาจะฆ่าสิงโตด้วยมือเปล่า สามารถเอาชีวิตรอด หรือใช้เป็นประลองฝีมือดาบให้เหล่าทาสเหล่านี้ต่อสู้กันเองได้แม้ว่าพวกเขาจะต่อสู้กัน และความสามารถในการฆ่าคู่ต่อสู้จะได้รับการชื่นชมอย่างมาก เพราะเป็นการต่อสู้ที่ได้รับความนิยมจากชาวโรมันเป็นอย่างมาก นักโทษและทาสอย่างน้อยร้อยคนเสียชีวิตทุกปี

2. หอเอนเมืองปิซา ประเทศอิตาลี

หอเอนเมืองปิซา เป็นหอหินอ่อน รูปทรงประหลาด สูง 54 เมตร หรือ 181 ฟุต รวมทั้งหมด 8 ชั้น แต่ละชั้นมีเสาหินอ่อนที่มีลวดลายสลับซับซ้อน เริ่มการก่อสร้าง (ค.ศ. 1174) ซึ่งจะแล้วเสร็จในปี 1350 ใช้เวลาถึง 176 ปี ซึ่งเป็นอาคารที่ยาวที่สุดในโลกที่กำลังก่อสร้าง สิ่งที่น่าทึ่งอีกอย่างหนึ่งคือ เมื่อเริ่มสร้าง 4-5 ชั้น หอคอยนี้เริ่มเอนแต่ไม่พังลงเนื่องจากแรงที่จุดศูนย์ถ่วงเมื่อดึงลงจากฐานจึงไม่พังลงมา ทรงตัวเมื่อสร้างเสร็จ ยอดหอคอยเอียง 4 เมตรหรือ 14 ฟุตจากแนวตั้งของฐาน

3. สถานะของวาติกัน

วาติกันและอิตาลีได้ลงนามในข้อตกลงที่ยอมรับสถานะของรัฐนครวาติกันในฐานะรัฐอิสระ ด้วยอำนาจอธิปไตยของตนเองตั้งแต่ปี 2503 นครวาติกันจึงถูกระบุว่าเป็นอาณาเขต ซึ่งควรได้รับการคุ้มครองเป็นพิเศษในสถานการณ์การขัดกันทางอาวุธ (ทะเบียนระหว่างประเทศของงานวัฒนธรรมภายใต้การคุ้มครองพิเศษในกรณีความขัดแย้งทางอาวุธ) เพราะเป็นทรัพยากรทางวัฒนธรรมระดับโลก มีห้องสมุดเก่าแก่ ตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 (Vatican Apostolic Library) นครวาติกันเป็นประเทศที่เล็กที่สุดในโลก และนักท่องเที่ยวชาวยุโรปส่วนใหญ่ควรมาเที่ยวประเทศนี้อย่างแน่นอน เพราะเป็นประเทศที่เล็กและสวยงามมาก

4. มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ กรุงโรม (มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์)

มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์หรือที่เรียกว่ามหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ เป็นหนึ่งในสี่มหาวิหารหลักของกรุงโรม นครวาติกัน โดมสูงตระหง่านของมหาวิหารสามารถเห็นได้ทุกที่ในใจกลางกรุงโรม วัดนี้มีพื้นที่ประมาณ 2.3 เฮกตาร์ รองรับผู้คนได้กว่า 60,000 คน และเป็นหนึ่งในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในนิกายโรมันคาธอลิก เป็นที่เชื่อกันว่าในบริเวณที่ฝังศพของนักบุญไซมอนปีเตอร์ หนึ่งในอัครสาวกของพระเยซู คริสตจักรถือว่านักบุญเปโตรเป็นอธิการคนแรกของเมืองอันทิโอก ต่อมาเป็นพระสันตปาปาองค์แรก เพราะนิกายโรมันคาธอลิกเชื่อว่าร่างของนักบุญเปโตรถูกฝังอยู่ที่นี่ ดังนั้นในเวลาต่อมาจึงกลายเป็นประเพณีที่มีการฝังพระสันตะปาปาจำนวนมากไว้ที่นี่

5. น้ำพุเทรวี กรุงโรม (น้ำพุเทรวี)

น้ำพุตั้งอยู่ในย่าน Trevi ในกรุงโรม ประเทศอิตาลี สูง 25.9 เมตร (85 ฟุต) และกว้าง 19.8 เมตร (65 ฟุต) และเป็นน้ำพุสไตล์บาโรกที่ใหญ่ที่สุดในโรม ระหว่างยุคบาโรก มีการจัดการแข่งขันเพื่อออกแบบอาคารต่างๆ โดยเริ่มก่อสร้างในปี พ.ศ. 2375 และแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2305 ภายหลังการสิ้นพระชนม์ของพระสันตะปาปาเคลมองต์ เมื่อปั้นเทพีแห่งท้องทะเล (God of Water) โดย Pietro Bracci ปรับปรุงใหม่อยู่กลางน้ำพุ

6. Spanish Steps, โรม (Scalinata della Trinità dei Monti)

Spanish Steps in Rome, Italy เป็นบันไดที่กว้างที่สุด และยาวที่สุดในยุโรป บันได 138 ขั้น ออกแบบโดยสถาปนิกชาวอิตาลี Francesco de Sanctis และ Alessandro Specchi แล้วเสร็จภายในหนึ่งปี 1723-1725 ด้วยเงินจากกองทุนมรดกของนักการทูตชาวฝรั่งเศส AEÉtienne Geffier หน้าบันไดสเปน ตรงกลางลานคือ Fontana della Barcacha น้ำพุสไตล์บาโรกยุคแรกในรูปแบบของเรือเก่ามีความโดดเด่น สร้างขึ้นในปี 1627-1629 เป็นผลงานของประติมากรชื่อดัง Pietro Bernini พ่อของ Gian Loreso Bernini ประติมากรและสถาปนิกสไตล์บาโรกที่รู้จักกันดีกว่าบิดาของเขา ตามตำนานที่ว่า Pope Urbano VIII ตั้งใจจะสร้างเรือจำลอง . ซึ่งถูกพัดพาไปโดยแม่น้ำไทเบอร์ในช่วงน้ำท่วม

ที่มุมขวาของเชิงบันได ดูอาคารที่เคยเป็นที่พำนักของกวีชาวอังกฤษ จอห์น คีตส์ จนกระทั่งเสียชีวิตในปี พ.ศ. 2364 ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์ บ้านอนุสรณ์ Keats-Shelly รำลึกถึง Keats และ Percy Bysshe Shelley และทำหน้าที่เป็นที่เก็บถาวรของผลงานที่สำคัญ รวมทั้งต้นฉบับและงานเขียนของกวีโรแมนติกมากมาย

7. พระราชวังแวร์ซาย กรุงปารีส (Palace of Versailles)

เมืองนี้เป็นที่รู้จักในฐานะบ้านเกิดของพระราชวังแวร์ซาย แวร์ซายเป็นเมืองหลวงโดยพฤตินัยของอาณาจักรฝรั่งเศสมานานกว่าศตวรรษตั้งแต่ปี 1682 ถึง 1789 ปัจจุบันแวร์ซายเป็นย่านชานเมืองที่มั่งคั่งของกรุงปารีสและยังคงเป็นศูนย์กลางการบริหาร แวร์ซายอยู่ห่างจากปารีสไปทางตะวันตก 17.1 กิโลเมตร ห่างจากใจกลางเมือง 17.1 กิโลเมตร และบริหารงานโดยสภาเมืองแวร์ซายเหนือเอเวลิน จากการสำรวจในปี 2008 ประชากรของแวร์ซายมีจำนวน 88,641 คน เพิ่มขึ้นจาก 94,145 คนในปี 1975

8. หอไอเฟล ปารีส (Eiffel)

หอไอเฟลเป็นหนึ่งในอาคารที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก หอไอเฟลถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของนิทรรศการโลกปี 1889 (นิทรรศการ Universelle de Paris de 1889) เพื่อแสดงถึงความยิ่งใหญ่ของฝรั่งเศส ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์ และความงามของศิลปะและสถาปัตยกรรม หอคอยอันงดงามแห่งนี้เป็นดาวที่สร้างความประทับใจให้ผู้มาเยือน หอไอเฟลได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของปารีส โดยมีนักท่องเที่ยวมากกว่า 6,719,200 คนมาเยี่ยมชมในปี 2549 และ 200,000,000 คนนับตั้งแต่มีการก่อสร้าง ส่งผลให้หอไอเฟลเป็นอาคารที่มีผู้เข้าชมมากที่สุดแห่งปีอีกด้วย หอไอเฟลสูง 324 เมตร (1,063 ฟุต) ซึ่งสูงเท่ากับบ้าน 8 หลัง

9. พิพิธภัณฑ์ลูฟร์

พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ หรือ พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ มูเซดู หรือที่รู้จักกันอย่างเป็นทางการว่า พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่ตั้งอยู่ในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส พิพิธภัณฑ์ลูฟร์เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงและเก่าแก่ที่สุดในโลก และใหญ่ที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง มีรูปร่างเหมือนปิรามิดแก้วที่ออกแบบโดย I.M.P. สถาปนิกชาวจีน-อเมริกันสร้างเสร็จในปี 1988 นี่คือทางเข้าหลักของพิพิธภัณฑ์ และผู้เยี่ยมชมต้องเข้าไปทางด้นใต้ดินใต้ฐานของปิรามิด ต่อมามีการวางแผนอีกโครงการหนึ่ง คือ พีระมิดคว่ำ ซึ่งเป็นพีระมิดแก้วแบบเดียวกับที่มองเห็นได้จากใต้ดินที่ฐานของพีระมิดบนพื้นผิวถนน โครงการนี้แล้วเสร็จในปี 2536

10. Mount Yongyongfrau (จุงเฟรา)

ยอดเขาจุงเฟราเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดแห่งหนึ่งในเทือกเขาแอลป์ยุโรป ซึ่งตั้งอยู่ใกล้เมืองอินเทอร์ลาเคน ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ตั้งอยู่ที่ระดับความสูงกว่า 4,000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกในปี 2550

มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ กรุงโรม

น้ำพุเทรวี กรุงโรม

Spanish Steps

พระราชวังแวร์ซาย

หอไอเฟล ปารีส

พิพิธภัณฑ์ลูฟร์

ยอดเขาจุงเฟรา

💗 Want to hear about PKG Journey’s latest articles.
● Website : www.pkgjourney.com
● Twitter : https://twitter.com/pkgjourney
● Instagram : https://www.instagram.com/pkgjourney
● Facebook : https://www.facebook.com/pkgjourney
● Line : https://lin.ee/rIss9KC (หรือค้นหา @pkgjourney)

ยังมีอีกหลายประเทศในยุโรปที่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมยุโรปโบราณอันล้ำค่า เป็นสิ่งมหัศจรรย์และเป็นมรดกโลกอันทรงคุณค่า ที่มีความงดงามตระการตาและยังคงน่าชื่นชมตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เป็นสถานที่ท่องเที่ยวของผู้คนจากทั่วทุกมุมโลก ขณะนี้มีผู้สนใจเล่นเซิร์ฟ และได้เที่ยวยุโรปกันมากขึ้นเรื่อยๆ นอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญอื่นๆ อีกมากมายที่รอนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมอีกด้วย