Contact Us On 02 676 3303 contact@pkgjourney.com

งานไฟประดับสุดตระการตาของเกาะโอกินาว่า (Okinawa) 🌠 ที่สวนพฤกษศาสตร์ Southeast Botanical Gardens

งานไฟประดับสุดตระการตา โอกินาว่า

คลิ๊กเพื่ออ่านเพิ่มเติม⟡ 💖 ⍤ ᱸ⁎⁺˳ 🌟🪷♡̩͙ ꙳꒰•◡̎•꒱꙳ ♡̶

ขั้นตอนที่ 1 วางแผนการเดินทางและช่วงเวลาที่เหมาะสม

ก่อนอื่น ควรวางแผนการเดินทางให้เหมาะสม โดยงานไฟประดับจะจัดขึ้นในช่วงฤดูหนาว ซึ่งเป็นช่วงที่อากาศเย็นสบาย ดังนั้น การมาเที่ยวในช่วงเย็นจนถึงค่ำจะช่วยให้สามารถชมไฟประดับได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ ควรเผื่อเวลาเดินชมแต่ละโซน เนื่องจากพื้นที่จัดงานมีขนาดค่อนข้างใหญ่


ขั้นตอนที่ 2 เดินชมโซนไฮไลต์ของงานไฟประดับ

เมื่อเข้าสู่พื้นที่จัดงาน นักท่องเที่ยวจะได้พบกับลานจัดงานขนาดใหญ่ที่แบ่งออกเป็นหลายโซนย่อย โดยแต่ละโซน ใช้แสงไฟหลากสีถ่ายทอดเรื่องราวของธรรมชาติบนเกาะโอกินาว่า

หนึ่งในจุดเด่นคือ โซน “ดอกบัวแห่งแสง (Hikari no Hasu)” ซึ่งจำลองภาพดอกบัวบานสะพรั่งทั่วบึงน้ำ แสงไฟที่สะท้อนผิวน้ำช่วยสร้างบรรยากาศโรแมนติก ส่งผลให้ โซนนี้กลายเป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยม

ขณะเดียวกัน โซน “ปราสาทแห่งแสง ~ น้ำตกแห่งชีวิต ~” ก็โดดเด่นไม่แพ้กัน ด้วยการออกแบบแสงไฟที่วิจิตรตระการตา ทำให้บรรยากาศโดยรวมดูราวกับฉากในโลกแห่งเทพนิยาย

นอกจากนี้ ยังมีโซนสำหรับครอบครัวอย่าง ดินแดนโปเกม่อน (Pokémon Area) ซึ่งผสมผสานไฟประดับกับตัวละครยอดนิยมได้อย่างน่ารัก จึงทำให้ เด็ก ๆ และผู้ปกครองเพลิดเพลินตลอดการเดินชม


ขั้นตอนที่ 3 เพลิดเพลินกับกิจกรรมเสริมและถ่ายภาพความประทับใจ

หลังจากเดินชมโซนหลักแล้ว นักท่องเที่ยวสามารถใช้เวลาเก็บภาพบรรยากาศจากโซนอื่น ๆ เช่น บ้านต้นไม้ หัวใจกลางทะเลสาบ และทะเลแห่งแสงสี ด้วยเหตุนี้ ไม่ว่าจะถ่ายภาพจากมุมใด ก็สามารถเก็บความทรงจำสวย ๆ กลับไปได้

นอกจากช่วงค่ำแล้ว ในตอนกลางวันยังสามารถเที่ยวชมสวนพฤกษศาสตร์และสวนสัตว์ภายในพื้นที่เดียวกัน ซึ่งมีกิจกรรมป้อนอาหารสัตว์แบบใกล้ชิด เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวทั้งแบบครอบครัวและคู่รัก


บทสรุป

โดยสรุปแล้ว งานไฟประดับสุดตระการตา โอกินาว่า เป็นงานเทศกาลที่ผสมผสานแสงไฟ ธรรมชาติ และความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างลงตัว ด้วยพื้นที่จัดงานขนาดใหญ่ โซนไฮไลต์หลากหลาย และกิจกรรมที่เหมาะกับทุกวัย ดังนั้น หากใครกำลังมองหาที่เที่ยวกลางคืนสุดประทับใจในโอกินาว่า งานไฟประดับแห่งนี้ถือเป็นจุดหมายที่ไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง

สวนพฤษศาสตร์โอกินาว่า

ความสำเร็จของงานไฟประดับแห่งนี้สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนจากการได้รับ รางวัลอันดับ 2 “การเล่าเรื่องยอดเยี่ยม (Excellent Story Award)” ในสาขา “งานไฟประดับ (Illumination Event Category)” จากเวที International Illumination Award รางวัลดังกล่าวจึงถือเป็นอีกหนึ่งเครื่องยืนยันถึงคุณภาพและความโดดเด่นของการจัดงานในระดับนานาชาติ และส่งผลให้งานไฟประดับนี้ได้รับการยอมรับจากนักท่องเที่ยวรวมถึงผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลก

เทศกาลประดับไฟโอกินาว่า

ลานจัดงานของ งานไฟประดับสุดตระการตา โอกินาว่า ตั้งอยู่บนพื้นที่ขนาดใหญ่ และถูกแบ่งออกเป็นหลายโซนย่อย โดยใช้แสงไฟหลากสีสันถ่ายทอดเรื่องราวของพืชพรรณนานาชนิดบนเกาะโอกินาว่า ด้วยเหตุนี้ นักท่องเที่ยวจึงสามารถเดินชมและเก็บภาพบรรยากาศสวยงามได้อย่างเพลิดเพลิน ตั้งแต่บริเวณทางเข้าไปจนถึงโซนด้านในของงาน

นอกจากนี้ หนึ่งในไฮไลต์สำคัญที่ไม่ควรพลาดคือ โซน “ดอกบัวแห่งแสง (Hikari no Hasu)” ซึ่งเป็นโซนไฟประดับที่ออกแบบให้จำลองทัศนียภาพของดอกบัวบานสะพรั่งทั่วบึงน้ำ ขณะเดียวกัน แสงไฟที่สะท้อนบนผิวน้ำยังช่วยเสริมบรรยากาศให้ดูโรแมนติกยิ่งขึ้น ส่งผลให้ โซนนี้กลายเป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยมของ งานไฟประดับสุดตระการตา โอกินาว่า ที่นักท่องเที่ยวต่างประทับใจ

จัดแสดงไฟรูปร่างสัตว์ทะเล

จัดแสดงไฟปราสาทสวนดอกไม้

โซน “ปราสาทแห่งแสง ~ น้ำตกแห่งชีวิต ~ (Hikari no Kyassuru ~ Seimei no Taki ~)”
ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของ งานไฟประดับสุดตระการตา โอกินาว่า ที่โดดเด่นด้วยการออกแบบแสงไฟอันวิจิตรและบรรยากาศแสนโรแมนติก ภายในโซนนี้มีการผสมผสานภาพของปราสาทเรืองแสงเข้ากับน้ำตกแห่งชีวิตได้อย่างลงตัว ขณะเดียวกัน แสงไฟที่ไหลลดหลั่นยังช่วยเพิ่มมิติให้กับพื้นที่โดยรอบ ส่งผลให้ บรรยากาศโดยรวมดูราวกับฉากในโลกแห่งเทพนิยาย ด้วยเหตุนี้ หากได้มาเดินชมพร้อมคนพิเศษ ก็จะยิ่งเพิ่มความประทับใจ และทำให้โซนนี้กลายเป็นอีกหนึ่งจุดถ่ายภาพที่ไม่ควรพลาดของงาน

ไฟสวนดอกไม้โอกินาว่า

อีกหนึ่งโซนที่สร้างความตื่นเต้นให้กับเด็ก ๆ เป็นพิเศษ คือ โซน “ดินแดนโปเกม่อน (Pokémon Area)” ซึ่งนับเป็นไฮไลต์สำคัญของงานไฟประดับ ภายในโซนนี้มีการนำไฟประดับมาผสมผสานกับเหล่าโปเกม่อนยอดนิยมได้อย่างน่ารักและมีชีวิตชีวา ขณะเดียวกัน การจัดแสงยังช่วยเสริมจินตนาการถึงพลังไฟฟ้าแสนโวลต์ของปิกาจู ส่งผลให้ พื้นที่แห่งนี้กลายเป็นโซนโปรดของทั้งเด็ก ๆ และครอบครัวที่มาเที่ยวชมงาน

นอกเหนือจากโซนดังกล่าวแล้ว ภายในงานยังมีโซนอื่น ๆ ให้เดินชมอีกมากมาย เช่น บ้านต้นไม้ หัวใจกลางทะเลสาบ และทะเลแห่งแสงสี ซึ่งแต่ละพื้นที่ ถูกออกแบบอย่างสร้างสรรค์และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ด้วยเหตุนี้ ไม่ว่าจะเลือกถ่ายภาพจากมุมใด ก็สามารถได้ภาพสวยงามและเก็บเป็นความทรงจำดี ๆ กลับไปได้ทุกรูป

อุโมงค์ประดับไฟสวยงาม

นอกจากการชมไฟประดับในช่วงค่ำแล้ว ในตอนกลางวันนักท่องเที่ยวยังสามารถแวะมาเดินเล่นภายในสวนพฤกษศาสตร์ เพื่อสัมผัสบรรยากาศร่มรื่นและธรรมชาติอันสวยงามได้อย่างผ่อนคลาย ขณะเดียวกัน ภายในสวนสัตว์ยังมีกิจกรรมป้อนอาหารสัตว์แบบใกล้ชิด จึงเหมาะ สำหรับการท่องเที่ยวทั้งแบบครอบครัวและคู่รัก

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดตามรายละเอียดเกี่ยวกับงานไฟประดับและกิจกรรมต่าง ๆ ได้ที่เว็บไซต์ทางการ
👉 https://www.southeast-botanical.jp/illumination2023/

ในส่วนของที่ตั้งสถานที่ สามารถตรวจสอบพิกัดได้ผ่าน Google Maps
👉 https://maps.app.goo.gl/sokmTK6uohNZQD537

ด้านการเดินทาง สามารถเดินทางได้สะดวกจากสนามบินนาฮะ (Naha Airport) โดยเริ่มจากป้ายรถบัสอาคารสายการบินภายในประเทศ ขึ้นรถบัสหมายเลข 190 สาย Chibana Line ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 25 นาที จากนั้นลงที่ป้าย Nomin Kenshu Center Mae แล้วต่อแท็กซี่ประมาณ 6 นาที หรือเลือกเดินเท้าใช้เวลาประมาณ 20 นาที ก็จะถึงสวนพฤกษศาสตร์

นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวยังสามารถใช้ Okinawa Bus Pass ซึ่งเป็นพาสสำหรับเดินทางด้วยรถบัสบนเกาะหลักโอกินาว่า โดยมีให้เลือกทั้งแบบ 1 วัน และ 3 วัน ช่วยให้การเดินทางสะดวกและคุ้มค่ายิ่งขึ้น
👉 https://www.okinawapass.com/jp/

 ༘♡ 🌟♡⃛. ʚ♡⃛ɞ. ෆ. 🎉🎇ෆ⃛

แสกนคิวอาร์โค้ด เพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
โทรศัพท์คุยกับทีมงาน PKG JOURNEY

รวมแพ็คเกจทัวร์เส้นทางทั่วโลก

Like Us On Facebook

Loading...